5 สถานที่น่าเที่ยว ปี 2563

รูปภาพจาก https://www.travelxmuscle.com/review-caggioni-voyageur-phitsanulok/

1.ชิงช้าต้นไม้ จังหวัดพิษณุโลก อยู่ใน อ.เนินมะปราง ที่ตั้งอยู่ใน บ้านสวนชมวิวภูรักไทย จากจุดชมวิวบนต้นไม้นี้ สามารถเห็นทิวเขาและพื้นราบรอยต่อ 5 จังหวัด คือ นครสวรรค์ ลพบุรี พิจิตร และพิษณุโลก ช่วงเวลามี่ควรไปก็คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาว เราไป ดูหมอกและพระอาทิตย์ยามเช้า สวยงามอย่าบอกใครเชียว


รูปภาพจาก https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/5157

2.น้ำพุร้อนฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ใน อุทยานแห่งชาติดอนผ้าห่มปก อ.ฝาง มีบ่อน้อยใหญ่ถึง 50 บ่อ นักท่องเที่ยวส่วนมากที่มาบ่อน้ำพุร้อนฝาง มักจะมาแช่น้ำแร่ แช่เท้า แช่ตัว โดยทางบ่อน้ำพุร้อนฝาง มีห้องแช่ส่วนตัวไว้บริการ นอกจากนี้แล้วยังมีบริการสปา นวดน้ำมัน นวดเท้า พอกภูโคลน ค่าบริการแช่ห้องน้ำแร่ ถ้า 2 คนต่อ1ห้องคิดท่านละ 50 บาท ถ้าอยากอยู่คนเดียวเป็นส่วนตัว จ่ายเลย 100 บาท หรือจะเหมามาเป็นทีม 3-5 คน ห้องละ 150 บาท ใช้บริการได้ครั้งละครึ่งชั่วโมง


รูปภาพจาก https://www.fluckcarrent.com/blog?blog_title=%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2

3.ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย – ลาว อยู่ใน อ.เทิง ตั้งอยู่ใน เขตป่าสงวนแห่งชาติ ด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลมเป็นแนวยาว ที่ชี้ไปบนฟ้าทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า”นั่นเอง


รูปภาพจาก https://mgronline.com/travel/detail/9600000096741

4.โบสถ์กลางทะเล เกาะพยาม จ.ระนอง ต้องนั่งเรือจากท่าเรือปากน้ำ บนฝั่งจังหวัดระนองเพื่อเดินทางไปเกาะพยาม สะพานเทียบเรือของเกาะพยามตั้งอยู่ในอ่าวแม่หม้าย และ โบสถ์กลางทะเล วัดเกาะพยามที่เราจะมาเที่ยวกันในวันนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากสะพานเทียบท่าเรืออีกด้วย เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ด้วย พระพุทธรูปยืนปางลีลา หันหน้าออกสู่ทะเล ประดิษฐานอยู่บนหลังคาโบสถ์ ซึ่งโบสถ์กลางน้ำนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “อุทฤกเขปสีมา” ซึ่งหมายถึงโบสถ์กลางน้ำ ที่พระพุทธเจ้าเคยกล่าวถึงในพระพุทธกาล


รูปภาพจาก https://www.weloveandaman.com/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2

5.เกาะตาชัย จ.ภูเก็ต เกาะตาชัย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอยู่ไม่ไกลจาก หมู่เกาะสุรินทร์ มากนัก และถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย จุดเด่นที่ทำให้เกาะตาชัย สำหรับจุดเด่นที่ทำให้ เกาะตาชัย คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินป่าเข้าไปดู “ปูไก่” ปูน้ำจืด ที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาด ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่ไม่อยากค้างคืน

ญาติรับศพ น้องกานต์กลับบ้าน คาดว่า ถูกสัตว์กัดแทะจนตาย

จากกรณี น้องกานต์ อายุ 6 ขวบ หายตัวออกจากบ้านในบ้านโป่งแรด ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี เมื่อช่วงสายวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งเช้าวันที่ 6 ก.ค. พบศพน้องกานต์เสียชีวิตในสวนยางพารา ห่างจากบ้านไปเพียง 200 เมตร ร่างคล้ายถูกสัตว์กัดแทะ เหลือเพียงครึ่งท่อนบน

ความคืบหน้าวันที่ 9 ก.ค. ทางญาติๆได้เข้ามาขอติดต่อรับศพน้องกานต์ และ ไม่เชื่อว่าเป็นเพราะ ถูกสุนัขกัดตาย โดยคาดการว่าอาจโดนงู หรือสัตว์มีพิษกัดตายมากกว่า แล้วโดนสุนัขกัดแทะทีหลัง แต่ถึงอย่างไรทางตำรวจก็ได้ส่งร่างไร้วิญญาณของ น้องกานต์ไปชันสูตรศพ พบสภาพศพเน่าเสียหายมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางทีมนิติเวชไม่สามารถตรวจสอบสาเหตุได้ จึงส่งพิสูจน์แล็บ จะทราบผลภายใน 30วัน ต่อมาชาวบ้านพบกระดูกปริศนา ส่งให้ทางทีมนิติเวช ส่งตรวจว่าใช่ของน้องกานต์หรือไม่

ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด ถึงผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวช แต่ก่อนหน้านี้แพทย์ทางโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี เคยให้ข้อมูลว่า ศพน้องกานต์มีร่องรอยถูกสัตว์กัดแทะ ชัดเจน แต่ก็ยังไม่สามารถระบุการเสียชีวิตที่แท้จริงได้ ทั้งนี้เนื่องจากศพเริ่มเน่าเปื่อย มีชิ้นเนื้อเหลือเพียงเล็กน้อย ประกอบกับอวัยวะอื่นๆหายไป ทำให้ไม่ทราบได้ในเบื้องต้นว่า น้องกานต์ เสียชีวิตก่อนหรือหลังถูกสัตว์กัดแทะ ต้องรอผลทางสถาบันนิติเวชตำรวจ ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อความชัดเจนอีกครั้ง

ทางด้านนายสุทธิเกียรติ เล่าว่า น้องกานต์ ชอบวิ่งเข้าไปเล่นในสวนยางนั้นเป็นประจำ และไม่เคยเล่นหรือใกล้สุนัขตัวอื่น ที่ไม่ใช่สุนัขที่บ้านตัวเอง จึงคาดว่าน่าจะโดนงู หรือสัตว์มีพิษกัด แล้วสุนัขมาเจอ จึงกัดแทะศพน้องกานต์ในภายหลัง สวนยางนั้นเป็นของ สท. ที่เลี้ยงสุนัขไว้เพื่อเฝ้าสวนยางเหมือนชาวบ้านทั่วไป ได้เป็นเจ้าของ สุนัขพิตบลู ชื่อ มะปรี๊ด ที่คาดว่าจะเป็นตัวที่กัดน้องกานต์นั้น เป็นเพศผู้ อายุ 3 ปี มีนิสียขี้เล่น จะดุร้ายมากๆเมื่อใครใกล้เจ้าของ แต่ที่ผ่านมามันยังไม่เคยกัดใคร ซึ่ง นายเกรียงวุฒิ วรรณทอง เจ้าของสวนยาง และเป็นผู้พบศพน้องกานต์เป็นคนแรก ได้ให้ความร่วมมือกับตำรวจ โดยให้ทางตำรวจตรวจสอบ พร้อมเก็บDNAจากซอกฟันสุนัข 7ตัวที่นายสุทธิเกียรติเลี้ยงไว้ เป็นสุนัขพันธุ์ไทย 6ตัว และเจ้ามะปรี๊ดสุนัขพิตบลูเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

พระบังเอิญ เพื่อนของพ่อ น้องกานต์ ได้ให้การว่า มักพบตัวเงินตัวทองในพื้นที่ และตัวของมันใหญ่มาก น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม มีอยู่หลายตัวรวมกันเป็นฝูง ลักษณะที่หากิน คือ จะจู่โจมเหยื่อที่กำลังอ่อนแรงหรือซากที่ตายแล้ว